เปรียบเทียบประกันสุขภาพเด็ก

ซื้อเดี่ยวได้ ไม่ต้องพ่วงพ่อแม่ รับตั้งแต่แรกเกิด จากบริษัทชั้นนำ

เปรียบเทียบแผนอย่างรวดเร็ว
ประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ทันที
ยิ่งซื้อ ยิ่งได้แต้ม
เปรียบเทียบประกันสุขภาพเด็ก
Reviews

4.8 | 7,290+ รีวิว

ดูแลลูกค้า

มากกว่า 100,000 คน

เปรียบเทียบแผน

42+ บริษัทประกัน | 928+ Reviews

จุดเด่นของประกันสุขภาพเด็ก

เปรียบเทียบแผน

เราเปรียบเทียบแผนประกันจาก 42+ บริษัทประกันเพื่อคุณ

การันตีราคาที่ดีที่สุด

เราได้หาแผนและราคาที่ดีให้กับคุณเพื่อทำการเปรียบเทียบแผนประกัน

รับบริการเสริมต่างๆ

Addons : สมัครหาประกันที่รับฟรี, ปรึกษาหมอ, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

เราทำให้ง่าย

เราทำให้ง่าย จากการเปรียบเทียบแผนและราคา ไปจนถึงการซื้อประกัน

เราเป็นกลาง

เราเป็นกลาง ไม่มีซ่อนเงื่อน แค่เปรียบเทียบทุกอย่าง อย่างตรงไปตรงมา

ราคาไหนราคานั้น

ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือค่าใช้จ่ายมกเม็ด

ความคุ้มครองหลักของประกันสุขภาพเด็ก

วงเงินคุ้มครองสุงสุด (ทุนประกัน)

วงเงินคุ้มครองสูงสุด หรือที่เรียกง่ายๆว่าทุนประกันนั้นคือ วงเงินรวมที่ตัวประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครอง หรือยอมจ่ายต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง หรือพูดง่ายๆ คือเคลมได้สูงสุดกี่บาทต่อครั้งนั่นเอง โดยปกติแล้วความคุ้มครองตรงนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการซื้อประกันสุขภาพ วงเงินที่สูงขึ้นก็ทำให้ตัวผู้เอาประกันเคลมได้มากขึ้น

ค่าเสียหายส่วนแรก

คือเงินที่เป็นภาระของผู้เอาประกันต้องเสียค่าใช้จ่ายเองในก้อนแรก ของการเข้ารับการดูแลรักษาปัญหาสุขภาพในแต่ละครั้ง หรือพูดง่ายๆ คือเป็นเงินที่ทางผู้เอาประกันนั้นต้องชำระก่อนเลยเพื่อที่จะเคลมกับกรมธรรม์สุขภาพ ค่าเสียหายส่วนแรกจะทำให้ค่าเบี้ยประกันนั้นลดลง และมักจะเป็นที่นิยมในผู้เอาประกันที่ซื้อประกันสุขภาพไว้ใช้ตอนฉุกเฉินเท่านั้น (ใช้ประกันเพื่อเคลมเวลาเป็นอะไรหนักๆและค่าใช้จ่ายสูงๆ)

ผู้ป่วยใน (ค่าห้อง/ค่าอาหาร)

ผู้ป่วยในคือเงินที่บริษัทประกันจะจ่ายให้เมื่อมีการรักษาเกิดขึ้นที่โรงพยายาล (แอดมิด หรือนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล) เมื่อพูดความคุ้มครองของผู้ป่วยในแล้ว ค่าห้อง ค่าอาหาร ก็เป็นจัยใจหลักในการเลือกซื้อประกันสุขภาพของผู้เอาประกัน เนื่องจากค่าห้องค่าอาหารนั้นเป็นเงินที่บริษัทประกันชั้นจะจ่ายต่อวันเพื่อทำการแอดมิด หรือนอนโรงพยาบาล ถ้าค่าห้องสูงมากเท่าไหร่ ทางผู้เอาประกันก็จะได้ห้องที่ดีขึ้นมากเท่านั้น (ห้องเดี่ยวแบบ VIP หรือห้องติดสระน้ำ)

ผู้ป่วยนอก

ความคุ้มครองผู้ปวยนอกนั้น คือเป็นเงินที่ทางบริษัทนั้นจะชำระแทนสำหรับค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอและไม่ได้แอดมิน ถ้าหากผู้เอาประกันไปหาหมอแล้วไม่ได้นอนโรงพยาบาล ทางบริษัทประกันจะคุ้มค่าค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ เช่น (ไปหาหมอเอายากลับบ้าน หรือไปพบหาคุณหมอเฉยๆ) ทั้งนี้ทั้งนั้น ความคุ้มครองของผู้ป่วยนอกนั้นทางผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ หรือไม่ซื้อเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกัน

อุบัติเหตุ

คือวงเงินคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ กรณีที่ผู้เอาประกันได้รับอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองกรณีที่ผู้เอาประกัน ได้รับความบาดเจ็บ ทุพพลภาพ เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ การมองเห็น การรับฟัง และการออกเสียง ผู้เอาประกันต้องตรวจสอบได้ดีว่าแผนประกันสุขภาพนั้นมีความครองครองในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยหรือไม่ เนื่องจากบางบริษัทจะมี และบางบริษัทนั้นจะไม่มี เพื่อเป็นอีกทางเลือกนึง,

ทันตกรรม

คือวงเงินคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ กรณีผู้เอาประกันเข้ารับการดูแลปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน เช่น ผ่าฟันคุด ถอนฟัน รักษาเหงือก ขูดหินปูน เป็นต้น ทั้งนี้ บางบริษัทต้องผู้เอาประกันต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน เคลมทีหลัง บางบริษัทไม่จำเป็นต้องสำรองจ่าย ความคุ้มครองทันตกรรมตรงนี้สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ หรือไม่ซื้อก็ได้ หากผู้เอาประกันต้องการซื้อประกันสำหรับทันตกรรมอย่างเดียว ก็ซื้อได้เช่นกัน โดยที่ดูรายละเอียดได้ที่ ประกันฟัน

สายตา

คือวงเงินคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ กรณีที่ผู้เอาประกันเข้ารับการดูแลปัญหาสายตา เช่นการตรวจวัดสายตา หรือการเข้ารับการดูแลรักษาปัญหาสายตา ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก เป็นต้น ความคุ้มครองสายตานี้ทางผู้เอาประกันสามารถซื้อเพิ่มเติม หรือไม่ซื้อก็ได้

การคลอดบุตร

ความคุ้มครองการคลอดบุตรนั้น จะเป็นความคุ้มครองที่ทางบริษัทประกันนั้นจ่ายให้เมื่อมีการคลอดลูกนั้นเกิดขึ้น ค่าตรงนี้นั้นจะรวมไปด้วยการคลอดบัตรตามปกติโดยใช้เครื่องมือช่วย หรือการผ่าท้องนอกมดลูกโดยการผ่าตัดแบบฉุกเฉิน ความคุ้มครองการคลอดบัตรตรงนี้จะมีระยะเวลาการรอคอยโดยเฉี่ลยแล้ว 280 วัน โดยที่ทางผู้เอาประกันต้องรออย่างน้อย 280 วันในการเคลมการคลอดบุตร (เพื่อเป็นการป้องกันซื้อประกันเพื่อทำคลอด)

ช่วยเหลือฉุกเฉิน

โดยปกติแล้ว การช่วยเหลือฉุกเฉินนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยึง ความคุ้มครองช่วยเหลือฉุกเฉินที่บริษัทประกันจะจ่ายให้กับผู้เอาประกันเป็นค่ารถพยาบาล (Emergency Ambulance) หากมีการฉุกเฉินเกิดขึ้น ทางบริษัทประกันจะสำรองจ่ายในส่วนของรถฉุกเฉินให้ด้วย โปรดศึกษาแผนประกันให้ดีว่ามีการคุ้มครองตรงนี้หรือไม่ เนื่องจากบางบริษัทประกันนั้นจะมี และบางที่จะไม่มี

ในการหาแผนประกันสุขภาพที่เหมาสมกับตัวคุณมากที่สุดนั้น ทางผู้เอาประกันต้องทำการเปรียบเทียบแผนประกันและเปรียบเทียบความคุ้มครองเพื่อจะได้แผนประกันที่เหมาะและตรงกับความต้องการของคุณมากสุด เปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพกับเราได้ทันทีเพื่อหาแผนที่เหมาะสมกับสุขภาพของคุณมากที่สุด

ตารางเปรียบเทียบราคาโดยบริษัทประกัน

ช่วงราคาที่แสดงเป็นค่าประมาณ ขึ้นอยู่กับแผน/ความคุ้มครอง โปรไฟล์ผู้เอาประกัน และแคมเปญปัจจุบัน แนะนำให้ตรวจสอบใบเสนอราคาจริง

แผนบริษัทประกันช่วงเบี้ย (THB)หมายเหตุ
IPD Onlyเอไอเอ ประเทศไทย8,000–25,000
IPD Onlyอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต9,000–28,000
IPD Onlyซิกน่า ประกันภัย8,500–26,000
IPD Onlyแอลเอ็มจีประกันภัย8,200–24,000
IPD Onlyไทยประกันชีวิต8,800–25,500
OPD + IPDเมืองไทยประกันชีวิต18,000–45,000
OPD + IPDไทยประกันชีวิต19,000–48,000
OPD + IPDเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต20,000–50,000
OPD + IPDซิกน่า ประกันภัย18,500–47,000
OPD + IPDกรุงเทพประกันชีวิต19,500–49,000
Comprehensiveแปซิฟิค ครอส ประกันสุขภาพ35,000–120,000
Comprehensiveเจนเนอราลี ประกันชีวิต32,000–110,000
Comprehensiveแมนูไลฟ์ ประกันชีวิต30,000–100,000
Comprehensiveอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต33,000–115,000
Comprehensiveกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต34,000–118,000

ประกันสุขภาพเด็กเหมาะกับใคร?

ประกันสุขภาพเด็กเหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุมสำหรับลูก ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยรุ่น โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องการแผนประกันที่มีวงเงินคุ้มครองสูง เพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยฉุกเฉิน อุบัติเหตุ หรือโรคร้ายแรง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สำเนาบัตรประชาชนของเด็ก (หรือใบสูติบัตรหากยังไม่มีบัตรประชาชน)
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง
  • ลายเซ็นผู้ปกครองในใบสมัคร
  • หนังสือรับรองแพทย์ (หากจำเป็น)
  • เอกสารการเป็นผู้ปกครอง (หากไม่ใช่บิดามารดา)
  • ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (หากมี)

ขั้นตอนในการซื้อประกันสุขภาพเด็ก หรือประกันเด็ก

ซื้อประกันสุขภาพเด็กง่ายๆเพียงแค่ทำตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนการซื้อ และเอกสารที่ต้องใช้ในการทำประกันสุขภาพสำหรับทุกบริษัทมีดังนี้ :

  1. กรอกซื้อผ่านทางหน้าเว็บไซค์ หรือซื้อผ่านเจ้าหน้าที่ของเรา (มีระบบ Application พร้อม)
  2. ส่งสำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็น (หากยังไม่มีบัตรประชาชน หรือเป็นเด็กที่ยังไม่มีบัตรประชาชน ให้ใช้ใบสูติบัตรแทน)
  3. รอผลการตรวจรับของทางบริษัทประกัน (Offer Letter)
  4. ยอมรับในการคุ้มครองของบริษัทประกัน*
  5. ชำระค่าเบี้ยประกัน
  6. คุ้มครองทันที
  7. เอกสารกรมธรรม์ตัวจริงจะถูกจัดส่งไปยังที่อยู่จัดส่งของท่านภายใน 15 วัน

*ถ้าหากไม่ยอมรับในตัว Offer Letter ของทางบริษัทประกัน สามารถส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันชี้แจงเพิ่มเติมได้

เอกสารต่างๆสามารถส่งเข้ามาเป็นรูปถ่ายได้ผ่านทาง LINE แชทกับทางเรา หรือผ่านทาง Email support@checkdi.com

คำถามที่พบบ่อย

เด็กต้องอายุเท่าไหร่ถึงจะซื้อประกันสุขภาพได้ ?

ในส่วนของประกันสุขภาพเด็ก หรือประกันเด็กนั้น จะสามารถซื้อได้ทันทีตั้งแต่เกิด หรือ 1 วันเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันที่ท่านเลือก

เด็กสามารถซื้อเดียวโดยที่ไม่ต้องพ่วงผู้ปกครองได้มั้ย ?

ได้ เด็กสามารถซื้อประกันสุขภาพเด็กตัวนี้เดี่ยวได้เลย โดยที่ไม่ต้องมีพ่อหรือแม่ หรือญาติพ่วงด้วยในกรมธรรม์ ทางเรานั้นได้คัดแผนมาให้กับทางท่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผู้ป่วยใน หรือ IPD คืออะไร ?

ผู้ป่วยใน เป็นความคุ้มครองที่ทางบริษัทประกันนั้นจะจ่ายให้ หรือคุ้มครอง ก็ต่อเมื่อมีการนอนโรงพยาบาล หรือมีการสั่ง Admit จากคุณหมอเท่านั้น ซึ่งความคุ้มครองนี้จะเป็นความคุ้มครองหลักที่ประกันสุขภาพนั้นบังคับให้ซื้อ

ผู้ป่วยนอก หรือ OPD คืออะไร ?

ผู้ป่วยนอก เป็นความคุ้มครองที่ทางบริษัทประกันนั้นจะจ่ายให้ หรือคุ้มครอง เวลามีการจ่ายยากลับบ้าน หรือเป็นความคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโดยที่กลับบ้านได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องนอนที่โรงพยาบาล หรือ ไม่จำเป็นที่จะต้อง Admit

ผู้ป่วยนอก หรือ OPD นั้นจำเป็นต่อประกันเด็ก ประกันสุขภาพเด็ก มั้ย ?

โดยส่วนมากแล้ว จะไม่ค่อยจำเป็น เนื่องจากผู้ปกครองที่ซื้อประกันเด็กนั้น จะซื้อประกันเด็ก ประกันสุขภาพให้กับลูกเพื่อเป็นเศส ฉุกเฉินเท่านั้น(เวลามีการนอนโรงพยาบาล) ซึ่งหากพาลูกไปโรงบาลแล้วมีการ Admit ประกันจะคุ้มครองผู้ป่วยในอยู่แล้ว

ระยะเวลาการรอคอยคืออะไร และเป็นยังไง ?

ระยะเวลาการรอคอยนั้น คือระยะเวลาที่ทางผู้เอาประกันกันต้องรอก่อนการเคลมกับทางบริษัทประกัน แผนประกันที่อยู่บนมิสเตอร์ประกันนั้นจะมีแบบ ไม่มีระยะเวลาการรอคอย และแบบมีระยะเวลาการรอคอย โดยส่วนมากแล้วบริษัทประกันที่มีระยะเวลาการรอคอยจะมีเงื่อนไขการรอคอยดังนี้ ระยะเวลาการรอคอย 30 วันี้สำหรับการเจ็บป่วยใดๆที่เกิดขึ้น 120 วันสำหรับมะเร็งทุกชนิดและเนื้องอกถุงน้ำ, ริดสีดองทวาร, ไส้เลื่อนทุกชนิด, ต้อเนื้อหรือต้อกระจก, การตัดทอนซิลหรืออดีนอยด์, นิ่วทุกชนิด, เส้นเลือกขอดที่ขา, เยื่อบึโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และ 280 วันสำหรับการคลอดบุตร **ทั้งนี้ทั้งนั้นเงื่อนไขระยะเวลาการรอคอยนั้นจะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันชั้นเป็นคนกำหนด ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สำหรับแผนที่ไม่มีระยะเวลาการรอคอย ทางลูกค้าสามาถเช็คจากหน้าเว็บของกราได้ทันที

เข้าโรงพยาบาลไหนได้บ้าง ?

แต่ละบริษัทประกันนั้นจะมีเครือข่ายโรงพยาบาลเป็นของตัวเอง ซึ่งถ้าทางผู้เอาประกันเลือกเข้าโรงพยายามที่อยู่ในเครือของบริษัทประกันแล้ว ทางผู้เอาประกันจะไม่ต้องสำรองจ่าย แค่โชว์บัตรสุขภาพของตนเองและทางบริษัทประกันกับโรงพยาบาลจะสื่อสารกันเอง* (จะมีบางเศสที่ทางลูกค้าต้องทำการสำรองจ่ายไปก่อน ถ้าบริษัทประกันจะต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลการเคลม และความคุ้มครองอื่นๆที่ทางลูกค้าต้องสำรองจ่าย

คุ้มครองโรคที่เป็นมาแล้วด้วยรึเปล่า ?

สำหรับโรคที่เป็นมาแล้วนั้น ทางบริษัทประกันนั้นจะไม่รับคุ้มครองโดยเด็ดขาด เช่น ถ้าทางผู้เอาประกันเป็นมะเร็งมา แล้วซื้อทำประกันสุขภาพ ทางบริษัทประกันจะยกเว้นการคุ้มครองของมะเร็งและโรคที่เกี่ยวค้องทันที

เอกสารตัวจริงจะได้ภายในกี่วันทำการ ?

ในส่วนของกรมธรรม์ตัวจริง ระยะเวลาการออกกรมธรรม์จะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันว่าแต่ละที่ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ โดยประมาณแล้วเอกสารตัวจริงจากบริษัทประกันจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วันซึ่งทางเราจะจัดส่งไปให้ตามที่สุดจัดส่งเอกสารของท่าน หรือท่านสามารถเข้ามารับเองได้ทันทีที่ออฟฟิศของเรา

ช่องทางการชำระเงิน มีแบบไหนบ้าง ?

ในส่วนของช่องทางการชำระเงิน ทางเรามีหลากหลายวิธีการชำระเงิน โปรดดูรายละเอียดได้ที่ ช่องทางการชำระเงิน

จะติดต่อได้ยังไง ?

สามารถติดต่อเราได้ที่ Hotline : 02-985-9000 หรือ LINE@ @checkdi หรือ Email : support@checkdi.com

เวลาทำการ จ-ส : 09:00 - 17:00

ประกันสุขภาพประเภทอื่นๆ

ประกันสุขภาพทั่วไป — เปรียบเทียบประกันสุขภาพจากทุกบริษัท
ประกันสุขภาพครอบครัว — แผนคุ้มครองทั้งครอบครัว
ประกันภัยรถยนต์ — เปรียบเทียบประกันรถยนต์

ทำไมถึงต้องทำประกันสุขภาพเด็ก

ปัจจุบันนี้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บมักเกิดขึ้นบ่อยโดยเฉพาะเด็ก ๆ ทำให้พ่อแม่หลายคนเลือกทำประกันสุขภาพเด็ก เพื่อให้เกิดความคุ้มครอง และช่วยดูแลในเรื่องสุขภาพ ค่าใช้จ่าย สิทธิรักษาพยาบาลไม่ว่าจะมากหรือน้อย หากลูกน้อยต้องนอนโรงพยาบาล แต่ยังมีพ่อแม่บางคนที่กำลังเลถึงความคุ้มค่าในการเลือกทำประกันจะดีหรือไม่ และนี่คือเหตุผลทำไมต้องทำประกันสุขภาพเด็ก

ลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็น

ลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สำหรับการเลือกซื้อประกันสุขภาพให้กับเด็ก แม้ว่าในบางครั้งการจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละปีอาจไม่ได้ใช้งานหรือเป็นการจ่ายทิ้งไปก็ตาม เมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นละครั้งรับรองว่าคุ้มค่า เชื่อว่าเด็กต้องนอนโรงพยาบาลต่อครั้งราคาค่ารักษาพยาบาลอาจไม่แพงเพราะมีสิทธิจากรัฐบาล หากทำประกันเอาไว้จะได้รับสิทธิการรักษาเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่รวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลถึงค่าใช้จ่ายตามมาภายหลัง

มีการคุ้มครองอยู่โดยตลอด

ได้รับบริการทางด้านสุขภาพที่มีมาตรฐาน การซื้อประกันเกี่ยวกับสุขภาพ เมื่อเด็กที่มีอาการเจ็บป่วย ในแต่ละครั้งจะได้รับวงเงินในการรักษาตามกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ได้ซื้อเอาไว้ กรณีที่เด็กมีอาการป่วยหนักต้องการเครื่องมือการรักษาที่ได้มาตรฐานจะได้รับการดูแลช่วยรักษาได้อย่างรวดเร็ว

มีประกันช่วยแบ่งเบาภาระทางด้านค่ารักษาพยาบาล

พร้อมรับมือกับโรคที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลสูง ๆ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ปกครองอุ่นใจ แม้ว่าจะเป็นตัวยาที่แพงหรือเข้ารับการรักษาต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถตัดสินใจรักษาได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าในแต่ละปีจะมีโรคระบาดในเด็กหลายโรคก็ตาม

ความอุ่นใจ เคลมโดยที่ไม่ต้องสำรองจ่าย

ไม่จำเป็นต้องสำรองค่าใช้จ่ายก่อน เพราะการรักษาพยาบาลของการซื้อประกันจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งการออกจากโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องสำรองในค่ารักษาแม้แต่บาทเดียว

ช่วยลดหย่อนภาระ

ช่วยลดภาระสิ่งที่ไม่คาดคิดหรือสิ่งที่คาดไม่ถึง เพราะปัญหาเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือปัญหาของการมีเชื้อไวรัสระบาดในช่วงเวลานั้น ช่วยให้พ่อแม่สามารถตัดสินใจรักษาได้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากความกังวลทางด้านการเงิน

แผนประกันสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

มีรูปแบบความยืดหยุ่นสูง เพราะประกันสุขภาพเด็กจะป็นแบบปีต่อปี ทำให้ผู้ปกครองสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ง่าย หรือปรับเปลี่ยนแผนการซื้อกรมธรรม์ตามอายุของเด็กที่เพิ่มสูงขึ้น

เด็กมีความเสี่ยงสูงในการเจ็บป่วย

กรณีที่เด็กมักจะมีปัญหาเรื่องการเจ็บป่วยบ่อยยิ่งต้องทำประกันสุภาพอย่างมาก เพื่อให้ได้เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่มีเครื่องมือครบและได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นผลดีต่อตัวเด็กและผู้ปกครอง

อย่างไรก็ตาม การทำประกันสุขภาพเด็ก ถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นการวางแผนเพื่อลูกน้อย รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้แม้ว่าเราจะดูแลเด็กได้ดีมากแค่ไหน แต่ปัญหาการเจ็บป่วยมักเกิดขึ้นเสมอ

เลี้ยงลูกค่าใช้จ่ายสูงขนาดไหน

จากการเลี้ยงลูกค่าใช้จ่ายสูงขนาดไหนในแต่ละคน แต่ละช่วงวัย เพราะปัจจัยเรื่องสถานที่ การศึกษา กกิจกรรมภายในเป็นสิ่งที่กำหนดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้อย่างดี จึงทำให้ต้นทุนการเลี้ยงดูบุตรหลานแต่ละคนจึงมีค่าใช้จ่ายที่ต่างกันออกไป ค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาตามระดับสถานที่ศึกษา

สำหรับค่าใช้จ่ายของลูกในด้านการศึกษษซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องผูพื้นฐานการเรียนรู้ให้กับเด็กทุกคนเพื่ออนาคตและความสำเร็จ ซึ่งการศึกษาที่แบ่งออกเป็นทางภาครัฐก็จะมีราคาประหยัดราคาไม่สูงทั้งเรื่องค่าเทอมหรือค่ากิจกรรมภายใน ซึ่งเป็นความต่างจากการเรียนภาคเอกชนที่ขยับค่ากิจกรรมและค่าเทอมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีภาคอินเตอร์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่าในสองแบบแรก ทำให้การเรียนในไทยจึงมีหลายระดับทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฐานะทางครอบครัวแต่ละคนที่จะเป็นตัวกำหนดพื้นฐานการศึกษาให้กับบุตรหลายของตนเอง

ค่าใช้จ่ายในแต่ละปีของลูกที่ต้องใช้

ส่วนค่าใช้จ่ายของลูกที่เกิดขึค้นในแต่ละปีนอกเหนือจากค่าศึกษาของลูก ๆ ยังรวมถึงค่าเลี้ยงดูหรือเงินค่าขนมไปโรงเรียนในแต่ละคนที่ต่างกันออกไปตามสถานศึกษาอย่างเห็นได้ชัดเช่น การกินอยู่แบบประหยัด 80 บาท ปานกลาง 200 บาท ส่วนระดับอินเตอร์ 1000 บาทต่อวัน ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการกินอยู่และสังคม ฐานะทางครอบครัวที่กำหนดเอาไว้ ทำให้การกำหนดค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูลูกแต่ละคนขึ้นอยู่กับสังคมในการอยู่อาศัยเป็นตัวแปรสำคัญของค่าใช้จ่ายในด้านการเลี้ยงดู

อย่างไรก็ตามการเลี้ยงดูลูกแต่ละคนจำเป็นต้องมีเงินเตรียมเก็บไว้ในทุกเดือน เมื่อถึงเวลาที่มีลูกจริง ๆ ต้องพร้อมในเรื่องการเงินเพื่อไม่ให้ขัดสนในอนาคต สำหรับการเลี้ยงดูลูกแต่ละคนไม่ใช่เลี้ยงแค่ปีสองปีเท่านั้น เพราะเราต้องเลี้ยงลูกจนกว่าจะประสบความสำเร็จนั่นหมายถึงการจบการศึกษาและมีงานทำเป็นหลักแหล่งเลี้ยงดูตนเองได้แล้ว ทำให้การเลี้ยงลูกคนหนึ่งแน่นอนว่าใช้เงินสูงเป็นหลักล้านแน่นอน จึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หากจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้โตขึ้นมาได้อย่างมีคุณภาพ